มาแอ๊บแบ๊ว…กับบิ๊กอายส์กันเถอะ

สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

มาแอ๊บแบ๊ว…กับบิ๊กอายส์กันเถอะ

 

โดย พลอยมรกต  หรุ่มเรืองวงษ์ (นักวิชาการ สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท.)

บิ๊กอายส์ แฟชั่นสุดฮิตของวัยรุ่น ใส่แล้วจะดูบ้องแบ๊ว ตาใสแจ๋ว หน้าหวานขึ้นมาทันใด เดี๋ยวใครไม่รู้จัก บิ๊กอายส์ ขอบอกเลยว่าเอ้าท์แน่นอน ดังนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักเจ้าบิ๊กอายส์กันดีกว่าค่ะ จะได้เป็นคนฮิตติดเทรน ไม่ตกกระแสความรู้นะคะ
 

บิ๊กอายส์ หรือ คอนแทคเลนส์ตาโต เริ่มเข้ามาฮิตติดลมบนในบ้านเราเมื่อหลายปีมาแล้ว แรกเริ่มมีการนำเข้ามาจากเกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งราคาแพงมากกก แต่เนื่องจากใส่แล้วทำให้ดูตาโต..แบ๊วส์ กว่าปกติเลยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากหมู่ผู้ใช้ ซึ่งจริงๆแล้วคอนแทคเลนส์ชนิดนี้ไม่ได้ไปทำให้ผู้ใช้มีขนาดดวงตาโตขึ้นแต่อย่างใด แต่ใช้หลักการคล้าย คอนแทคเลนส์สีแฟนซี คือแทนที่ผิวของคอนแทคเลนส์จะใสเพื่อให้แสงผ่านได้ตามปกติ คอนแทคเลนส์ชนิดนี้จะวาดบริเวณผิวของคอนแทคเลนส์ให้เป็นสีหรือลวดลายคล้ายม่านตา และเว้นช่องว่างตรงกลางเฉพาะสำหรับแสงเข้ากลางรูม่านตา และวาดม่านตาให้มีขนาดใหญ่กว่ากระจกตาดำจริง และเป็นสีที่มีลักษณะเงางามกว่าปกติ ทำให้ผู้ใส่ดูมีตาดำที่โตและเป็นประกายกว่าปกติ จึงเป็นที่มาของชื่อ คอนแทคเลนส์ตาโต และตอนนี้ก็เป็นกระแสให้สาวๆรักสวยรักงามได้ใส่กันนั่นเอง
 


หลังจากรู้จักบิ๊กอายส์ไปพอสมควรแล้ว เรามาทำความรู้จักคอนแทคเลนส์โดยทั่วไปกันดีกว่าค่ะ คอนแทคเลนส์ (Contact Lens) หรือ ภาษาทางการเรียกว่า เลนส์สัมผัส คือเลนส์ที่ใช้แก้ไขความผิดปกติของสายตาลักษณะเป็นรูปพลาสติกทรงกลมวางอยู่บนกระจกตา สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่



1. Hard Contact Lenses (เลนส์ชนิดแข็ง) ทำจากพลาสติกกลุ่มโพลีแมดทิลแมดทาซิเลท (Polymethyl Methacrylate) ซึ่งออกซิเจนและน้ำไม่สามารถซึมผ่านได้ จึงไม่สามารถใช้ติดต่อกันได้นาน ๆ ลักษณะเลนส์พวกนี้จะแข็ง การใส่ในระยะแรกจะเคืองตามาก ประมาณ 1-3 อาทิตย์ แต่สามารถแก้ไขภาวะสายตาเอียงได้ดี และอายุการใช้งานทนทาน ไม่ค่อยมีอาการแพ้ หรือติดเชื้อในเลนส์ประเภทนี้ ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้กันแล้ว
2. GAS Permeable Contact Lenses (เลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่ม) มีคุณสมบัติระหว่างเลนส์ชนิดแข็งและชนิดนิ่ม เลนส์พวกนี้สามารถให้ออกซิเจนซึมผ่านเข้าไปเลี้ยงกระจกตาได้ ทำให้สามารถใส่ในตาได้นานกว่า และสามารถแก้ไขภาวะสายตาเอียงได้ดีกว่าซอฟท์เลนส์ อย่างไรก็ดีตัวเลนส์สามารถมีโปรตีนมาเกาะ อายุการใช้งานคือประมาณ 5 ปี
3. Soft Contact Lenses (เลนส์สัมผัสชนิดนิ่ม) มีส่วนประกอบของน้ำในเนื้อเลนส์ด้วย ทำให้ออกซิเจนซึมผ่านได้ดี สามารถใส่ได้นานและไม่ค่อยมีอาการเคืองตา ข้อเสียคือ มีอาการติดเชื้อและแพ้ได้บ่อยกว่า อายุการใช้งานสั้นกว่า และมีโปรตีนประกอบติดได้ง่าย สามารถแก้สายตาเอียงได้น้อย เป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน เพราะสามารถใส่ได้ง่ายและไม่ค่อยมีอาการระคายเคืองเหมือนเลนส์สัมผัส 2 ชนิดแรก

 

  สรุป ก็คือคอนแทคเลนส์มีทั้งชนิดใสไม่มีสี ใช้เพื่อแก้ปัญหาสายตาสั้นหรือเอียง และคอนแทคเลนส์ชนิดสี ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ทั้งด้านความสวยงามและการรักษาความผิดปกติของตา เช่นคอนแทคเลนส์ซึ่งวาดเป็นรูปม่านตาใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหากระจกตาขุ่น ขาว เพื่อให้ดูสวยงามขึ้น หรือในปัจจุบันมีการใช้คอนแทคเลนส์สีเป็นแฟชั่น โดยใช้สีต่างๆ ซึ่งมีข้อดีคือทำให้ใบหน้าดูสวยงามแปลกตา แต่มีข้อเสียคือ ต้องรักษาความสะอาดอย่างดี เพื่อป้องกันเกิดการติดเชื้อที่กระจกตานั่นเอง


การใช้คอนแทคเลนส์ให้เกิดประโยชน์และมีความปลอดภัยสูงสุด คือ การเข้าใจและการปฏิบัติตนในการใส่ ถอด และเปลี่ยนคอนแทคเลนส์ รวมถึงการดูแลรักษาคอนแทคเลนส์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ส่วนการจะเลือกใช้คอนแทคเลนส์ประเภทใดนั้น ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ระดับและชนิดของค่าสายตาที่ผิดปกติ ลักษณะสุขภาพดวงตา สิ่งแวดล้อม และสุขนิสัยของผู้ใช้คอนแทคเลนส์ เป็นต้น
ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้คอนแทคเลนส์ ได้แก่ ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ดวงตาบ่อย ๆ ผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้ โดยเฉพาะภูมิแพ้ที่ดวงตา ผู้ที่มีโรคตาแห้ง ผู้ที่ทำงานในสภาวะแวดล้อมที่มีฝุ่นควัน หรือละอองสิ่งสกปรกในปริมาณมากและผู้ที่ไม่สามารถดูแลรักษาคอนแทคเลนส์ได้ อย่างถูกวิธี

การดูแลรักษาคอนแทคเลนส์อย่างง่าย คือ ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสคอนแทคเลนส์ และดวงตา, ทำความสะอาดคอนแทคเลนส์และกล่องใส่คอนแทคเลนส์ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาทำความสะอาด, อย่าใส่คอนแทคเลนส์ตอนนอน , อย่าใส่คอนแทคเลนส์ขณะว่ายน้ำ , อย่าใช้น้ำประปาน้ำบาดาล น้ำเกลือที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ หรือน้ำลายในการล้างหรือทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ , อย่าใช้คอนแทคเลนส์ร่วมกับผู้อื่น , ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ต่อเนื่องนานเกิน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน ควรเปลี่ยนคอนแทคเลนส์ตามระยะเวลาที่กำหนดสำหรับคอนแทคเลนส์ชนิดนั้นๆ , หลีก เลี่ยงการใช้ยาหยอดตาที่ไม่ได้รับการแนะนำโดยจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญใน ขณะใส่คอนแทคเลนส์ และหากพบว่ามีอาการผิดปกติ เช่น ตาแดง เจ็บตา มีขี้ตา ตามัว ควรหยุดใส่คอนแทคเลนส์ และรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที

ข้อมูลจาก
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วิชัย ประสาทฤทธา ผู้เชี่ยวชาญด้านจอประสาทตา อาจารย์ประจำภาควิชา จักษุวิทยา รพ.รามาธิบดี
2. http://www.favlens.com/faq/how-to-wear-contact-lens/