ว่าด้วยเรื่องเมฆ

สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

เมฆ

 

โดยกมลนารี ลายคราม

นักวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท

 

เมฆ คือ อนุภาคขนาดเล็กของน้ำหรือน้ำแข็งหรือทั้งสองอย่าง รวมกันเป็นกลุ่ม มองเห็นลอยอยู่ในอากาศและมักไม่สัมผัสพื้นโลก อาจมีอนุภาคขนาดใหญ่ของน้ำหรือน้ำแข็งหรืออนุภาคของเหลวหรือของแข็งที่ไม่ใช่น้ำปนอยู่ด้วย เช่น ควันหรือฝุ่นละออง

 

การจัดแบ่งเมฆ

เมฆ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงมีรูปแบบได้มากมายนับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตามสามารถกำหนดลักษณะสำคัญเพื่อแบ่งเมฆออกเป็นตระกูล (general) และแบ่งย่อยต่อไปได้อีกเป็นประเภท (species) ชนิด (varieties) ลักษณะเสริม (supplementary feature) เมฆเพิ่มเติม (accessory cloud) และเมฆต้นกำเนิด (mother cloud)

 

ตระกูลเมฆ

เมฆ แบ่งออกเป็น 10 ตระกูล ดังนี้ 

1. ซีร์รัส (Cirrus) จัดอยู่ในเมฆชั้นสูง เป็นเมฆที่แยกกันอยู่ มีลักษณะเป็นเส้นใยละเอียดสีขาว หรือเป็นหย่อมหรือแถบสีขาวหรือค่อนข้างขาว มองดูเป็นปุยคล้ายขนสัตว์ หรือเหลือบเป็นมันเงา หรือทั้งสองอย่าง ไม่มีเงาเมฆ ประกอบด้วยผลึกน้ำแข็งเกือบทั้งหมด ซีร์รัสอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์วงแสง (halo) ไม่เต็มวงรอบดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ได้ ไม่ทำให้เกิดน้ำฟ้า 

2. ซีร์โรคิวมูลัส (Cirrocumulus) จัดอยู่ในเมฆชั้นสูง เป็นหย่อมหรือแผ่นหรือชั้นบางๆ สีขาว ไม่มีเงาเมฆ ประกอบด้วยเมฆก้อนเล็กๆ ในลักษณะคล้ายเม็ด ระลอก ฯลฯ อยู่ติดกันหรือแยกกัน และมักมีการเรียงตัวเป็นระเบียบ เมฆก้อนเล็กๆ เหล่านี้ทำมุมกับสายตาน้อยกว่า 1 องศา ซีร์โรคิวมูลัสประกอบด้วยผลึกน้ำแข็งเกือบทั้งหมด เมฆนี้อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ทรงกลด (corona) และปรากฏการณ์แถบสี (irisation) ถ้าเกิดเหนือภูเขาอาจมีรูปร่างคล้ายเลนส์ ไม่ทำให้เกิดน้ำฟ้า 

3. ซีร์โรสเตรตัส (Cirrostratus) จัดอยู่ในเมฆชั้นสูง มีลักษณะโปร่งแสงคล้ายม่านบางๆ สีขาว ลักษณะเป็นปุยคล้ายขนสัตว์หรืออาจมองดูเรียบ ปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมดหรือบางส่วน มักทำให้เกิดปรากฏการณ์วงแสง    ซีร์โรสเตรตัสประกอบด้วยผลึกน้ำแข็งเป็นส่วนมาก มองเห็นขอบของดวงอาทิตย์ผ่านเมฆนี้ได้อย่างชัดเจน ไม่มีเงาเมฆ มักทำให้เกิดปรากฏการณ์วงแสง และอาจทำให้เกิดดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ทรงกลด ไม่ทำให้เกิดน้ำฟ้า

4. อัลโตคิวมูลัส (Altocumulus) จัดอยู่ในเมฆชั้นกลาง สีขาวหรือสีเทาหรือทั้งสองสี เป็นหย่อมหรือแผ่นหรือชั้น โดยทั่วไปมีเงาเมฆ ประกอบด้วยเมฆก้อนเล็กๆ ซึ่งทำมุมกับสายตาระหว่าง 1 – 5 องศา อาจมองดูคล้ายเกล็ด หรือก้อนกลม หรือม้วน ฯลฯ ซึ่งในบางครั้งอาจมีบางส่วนมีลักษณะเป็นปุยหรือเป็นฝ้า อาจรวมอยู่ด้วยกันหรือไม่ก็ได้ อัลโตคิวมูลัสประกอบด้วยละอองน้ำเป็นส่วนมาก มักทำให้เกิดดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ทรงกลด และอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์วงแสงหรือแถบสี ไม่ทำให้เกิดน้ำฟ้า 

5. อัลโตสเตรตัส (Altostratus) จัดอยู่ในเมฆชั้นกลาง สีเทาอ่อนหรือสีฟ้าอ่อน เป็นแผ่นหรือชั้นแผ่เป็นพืด เป็นปุยหรือเป็นเนื้อเดียวกัน ปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมดหรือบางส่วน และมีส่วนที่บางพอที่จะเห็นดวงอาทิตย์ได้สลัวๆ เหมือนมองผ่านกระจะฝ้า อาจทำให้เกิดดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ทรงกลด ประกอบด้วยละอองน้ำและผลึกน้ำแข็ง อาจทำให้เกิดฝน หิมะ หรือลูกปรายน้ำแข็ง (ice pellet) 

6. นิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) จัดอยู่ในเมฆชั้นกลาง เป็นชั้นสีเทา มักดูมืดครึ้ม ทำให้ท้องฟ้าดูสลัวเนื่องจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง มีความหนาพอที่จะบังดวงอาทิตย์ได้ มักมีเมฆลักษณะรุ่งริ่งอยู่ในระดับต่ำใต้ชั้นเมฆ โดยทั่วไปปกคลุมท้องฟ้าเป็นบริเวณกว้างและมีความหนามาก ประกอบด้วยละอองน้ำและเม็ดฝน (raindrop) ผลึกหิมะ (snow crystal) และเกล็ดหิมะ (snow flake) หรือทั้งอนุภาคของเหลวและของแข็งดังกล่าวผสมกัน เมฆนี้ทำให้เกิดฝน และบางครั้งอาจทำให้เกิดหิมะหรือลูกปรายน้ำแข็ง (ice pellet) 

7. สเตรโตคิวมูลัส (Stratocumulus) จัดอยู่ในเมฆชั้นต่ำ สีเทาหรือค่อนข้างขาว เป็นหย่อมหรือแผ่นหรือชั้น มักจะมีส่วนที่มืดครึ้มอยู่ด้วยเสมอ มวลของเมฆมีลักษณะเป็นก้อนหรือเป็นม้วน ฯลฯ ไม่เป็นปุย ซึ่งอาจรวมกันหรือไม่ก็ได้ เมฆก้อนเล็กๆ ที่เรียงตัวกันอย่างมีระเบียบเหล่าน้ะทำมุมกับสายตามากกว่า 5 องศา สเตรโตคิวมูลัสประกอบด้วยละอองน้ำ โดยบางครั้งอาจมีเม็ดฝน ลูกปรายหิมะ (snow pellet) ผลึกหิมะ และเกล็ดหิมะ รวมอยู่ได้บ้าง เมฆนี้อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ทรงกลดหรือแถบสี สเตรโตคิวมูลัสอาจทำให้เกิดฝน หิมะ หรือลูกปรายหิมะ 

8. สเตรตัส (Stratus) จัดอยู่ในเมฆชั้นต่ำ เป็นชั้นสีเทา มีฐานค่อนข้างเรียบ เมื่อมองดวงอาทิตย์ผ่านเมฆนี้จะเห็นขอบดวงอาทิตย์ได้ชันเจน อาจทำให้เกิดดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ทรงกลดหรือวงแสง เมฆนี้อาจทำให้เกิดฝนละออง (drizzle) หิมะ หรือละอองหิมะ (snow grain) ในบางครั้งสเตรตัสอาจมีลักษณะเป็นหย่อมดู  รุ่งริ่ง 

9. คิวมูลัส (Cumulus) จัดอยู่ในเมฆชั้นต่ำ เป็นก้อน โดยทั่วไปจะหนาและมีขอบเมฆชัดเจน ก่อตัวในแนวตั้งพอกพูนสูงขึ้นในลักษณะของโดมหรือหอคอย ส่วนบนที่นูนขึ้นไปมักดูคล้ายดอกกะหล่ำ บริเวณที่ถูกแสงอาทิตย์มักจะสีขาวจ้า ฐานเมฆมืดครึ้มและเกือบเป็นแนวราบ บางครั้งคิวมูลัสอาจดูรุ่งริ่ง ประกอบด้วยละอองน้ำเป็นส่วนมาก อาจทำให้เกิดดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ทรงกลดหรือรุ้ง เมฆนี้อาจทำให้เกิดฝน หิมะ หรือลูกปรายหิมะ (snow pellet) 

10. คิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) จัดอยู่ในเมฆชั้นต่ำ ก้อนใหญ่หนาทึบ มีการก่อตัวในแนวตั้งขึ้นไปสูงมาก ดูคล้ายภูเขาหรือหอคอยขนาดมหึมา ยอดบนสุดของเมฆมีส่วนที่เรียบเป็นปุยหรือเป็นแนว และมักจะแบน ส่วนนี้มักแผ่กว้างออกไปคล้ายรูปทั่งหรือขนนกขนาดใหญ่ ใต้ฐานเมฆจะมืดครึ้มมาก และมักมีเมฆที่มีลักษณะรุ่งริ่ง อยู่ในระดับต่ำ เมฆนี้ประกอบด้วยละอองน้ำ และผลึกน้ำแข็งโดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนบนของเมฆ และมีเม็ดฝนขนาดใหญ่ เกล็ดหิมะ ลูกปรายหิมะ ลูกปรายน้ำแข็ง หรือ    ลูกเห็บรวมอยู่ด้วย อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์วงแสงรอบดวงอาทิตย์หรือรุ้ง เมฆนี้มักทำให้เกิดฝน และอาจทำให้เกิดหิมะ ลูกปรายหิมะ เกล็ดหิมะ ลูกปรายน้ำแข็ง หรือลูกเห็บ คิวมูโลนิมบัสเป็นเมฆที่ทำให้เกิดฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่า

 

ระดับความสูงของเมฆ

เมฆสามารถจัดแบ่งตามระดับความสูงของฐานเมฆดังนี้

เมฆชั้นต่ำ           ความสูงของฐานเมฆต่ำกว่า 2000 เมตร

เมฆชั้นกลาง        ความสูงของฐานเมฆ 2000 เมตร-6000 เมตร

เมฆชั้นสูง           ความสูงของฐานเมฆ 6000 เมตรขึ้นไป