พุธ, กันยายน 17, 2014
   
Text Size

ธรณีวิทยากับแหล่งท่องเที่ยวของไทย:แหล่งท่องเที่ยวประเภทธรณีสัณฐาน:ภูมิลักษณ์ชายฝั่งทะเล

ธรณีวิทยากับแหล่งท่องเที่ยวของไทย

โดย สิน สินสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา
สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท.

แหล่งท่องเที่ยวประเภทธรณีสัณฐาน


ภูมิลักษณ์ชายฝั่งทะเล

ชายฝั่งทะเล (coast) เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างทะเลกับแผ่นดิน จัดเป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อคงความสมดุลย์ตามธรรมชาติ

พื้นที่ชายฝั่งทะเลของประเทศไทย เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลในอดีตเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่ผ่านมา ซึ่งระดับน้ำทะเลเริ่มสูงขึ้นจนไหลท่วมเข้ามาในแผ่นดิน และขึ้นถึงระดับสูงสุดเมื่อประมาณ 6,000 ปีที่ผ่านมา ด้วยระดับความสูงประมาณ 4 เมตรจากระดับน้ำทะเลปัจจุบัน ต่อจากนั้น ระดับน้ำทะเลลดลงมาอยู่ในระดับปัจจุบัน เมื่อประมาณ 900-800 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่ชายฝั่งทั้งทางด้านทะเลอันดามัน และอ่าวไทยยาวรวมกันประมาณ 2,815 กิโลเมตร ประกอบด้วยภูมิลักษณ์ชายฝั่งทะเลที่เกิดจากกระทำของลม คลื่น น้ำขึ้นน้ำลง และกระแสน้ำ ภูมิลักษณ์ชายฝั่งทะเลอาจจำแนกได้หลายรูปแบบ ดังนี้

ชายฝั่งหิน เป็นชายฝั่งที่ประกอบด้วยหินชนิดต่าง ๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นชนิดเดียวกับหินบนแผ่นดิน เกิดขึ้นทั้งชายฝั่งภาคใต้ และภาคตะวันออก ส่วนมากจะเกิดเป็นหน้าผาหิน และหัวแหลม หินในบริเวณเหล่านี้เมื่อถูกคลื่น ลม น้ำขึ้นน้ำลงกัดเซาะจะทำให้เปลี่ยนรูปร่างไปจากเดิม เช่น หัวแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลจะปะทะกับลม และคลื่นจากทะเลโดยตรง พลังของคลื่นกับการขึ้นลงของน้ำทะเลทำให้เกิดแรงกระแทก เกิดแรงดันเข้าไปในเนื้อหินตามรอยแตกรอยแยก จนรอยเหล่านั้นขยายใหญ่ขึ้น แล้วผุพังสึกกร่อน ในที่สุดหินบริเวณนั้นก็จะแตก และพังลงทั้งสองด้าน จนเกิดเป็นช่องว่างตรงกลางทะลุเข้าหากันได้ เรียกว่าซุ้มหินทะเล (sea arch) ช่องว่างนี้จะกว้างขึ้นตามกาลเวลา ถ้ากว้างจนส่วนบนของซุ้มหินขาดออกจากกัน เหลือเพียงคานหรือเสาซุ้มด้านหนึ่งเรียกว่า เกาะหินโด่ง (stack) ส่วนรอยหยักที่เกิดขึ้นเป็นแนวตอนล่างของหน้าผาและแหลมหิน เป็นรอยของการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลเรียกว่า รอยน้ำเซาะหิน (notch) ภูมิลักษณ์เหล่านี้ส่วนมากจะเกิดในหินตะกอน จำพวกหินทราย หินปูน เช่น ชายฝั่งและหมู่เกาะหินปูนในอ่าวพังงา ซุ้มหินที่แหลมจมูกควาย จังหวัดกระบี่ ซุ้มหินที่ชายฝั่งผาแดง จังหวัดชุมพร เป็นต้น

ชายฝั่งทะเลไทยมีหลายชนิด จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาได้ทุกชนิด จากภาพเป็นลักษณะของชายฝั่งหิน เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง
ชายฝั่งหินส่วนที่เป็นหัวแหลมยื่นออกไปในทะเล เมื่อถูกคลื่นกระแทกทั้งสองด้านเป็นเวลานาน พลังของคลื่นจะทำให้หินแตกออกจนทะลุเป็นช่องเข้าหากัน เรียกว่า ซุ้มหินทะเล และถ้ามีน้ำลอดผ่านเรียก สะพานหินธรรมชาติ
(แหลมจมูกควาย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่)
ซุ้มหินทะเลเมื่อถูกกัดเซาะนานๆ เข้าก็จะขาดออกจากกัน เหลือเป็นแท่งหินโดดเดี่ยวเรียกว่า เกาะหินโด่ง ดังเช่น เกาะตะปู ในอ่าวพังงา หินปูนเป็นหินที่ถูกกัดเซาะและผุพังได้ง่าย จะเห็นรอยคอดกิ่วที่ฐานล่างของเกาะและภูเขาข้างเคียงด้วย รอยเหล่านี้เป็นรอยน้ำเซาะหิน แสดงถึงระดับน้ำทะเลที่เคยขึ้นสูงในอดีต

หาดทราย เป็นภูมิลักษณ์ชายฝั่งอีกรูปแบบหนึ่ง หาดทรายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล มีอยู่มากมายหลายแนว แต่แนวหาดทรายเก่า(old beach) ที่เกิดก่อนและอยู่ในแผ่นดิน ถูกพัฒนาเป็นถนน และที่อยู่อาศัย ส่วนมากเราจึงนึกถึงเฉพาะหาดทรายที่อยู่ติดกับชายทะเล (shore) หาดทรายจะประกอบด้วยทราย เปลือกหอย และเศษปะการัง ทรายบนหาดมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของหินต้นกำเนิด หินแกรนิตและหินไนส์จะให้ทรายที่ขาวสวยเช่น หาดทรายทางฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต หาดทรายหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น

หาดทรายมีความแตกต่างกันตามลักษณะธรณีโครงสร้าง และกระบวนการอุทกศาสตร์ของน้ำทะเล หาดทรายทางฝั่งอันดามันจะมีลักษณะแคบ สั้น และอยู่ระหว่างหัวแหลม เรียกว่าหาดก้นอ่าว (pocket beach) ส่วนหาดทรายชายฝั่งอ่าวไทยจะมีลักษณะกว้างยาวขนานกับแผ่นดิน (mainland beach)

หาดทรายเป็นภูมิลักษณ์อีกชนิดหนึ่งของชายฝั่งทะเล โดยทั่วไปหาดทรายทางด้านชายฝั่งทะเลอันดามัน จะมีลักษณะแคบ สั้น และอยู่ระหว่างหัวแหลม เรียกว่า หาดก้นอ่าว
(บริเวณหาดกะตะ-กะรน จังหวัดภูเก็ต)
หาดทรายทางด้านอ่าวไทยส่วนมากจะเป็นหาดทรายยาวต่อเนื่องกัน และมีแนวหาดทรายโบราณแผ่กว้างเข้าไปในแผ่นดิน เช่น หาดทรายยาวตั้งแต่เขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนถึงหาดทรายแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

นอกจากนั้นยังมีภูมิลักษณ์ที่เกิดร่วมกับหาดทรายอีกหลายรูปแบบได้แก่ “เนินทรายชายฝั่ง” (coastal dune) เป็นเนินทรายที่มีเม็ดละเอียดมาก มีการคัดขนาดดี (เม็ดทรายมีขนาดเกือบเท่ากัน) เกิดจากลมพัดพาทรายมากองอยู่บนหาดทราย หาดทรายบริเวณนี้จึงสูงกว่าหาดทรายปกติ อาจสูงตั้งแต่ 5-15 เมตร จากแนวชายฝั่ง เช่น เนินทรายที่เขาเต่า อำเภอหัวหิน เนินทรายตั้งแต่บ้านโคกสูงจนถึงบ้านท่ามะนาว อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเนินทรายบ้านน้ำพุ บ้านถ้ำธง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เนินทราย เป็นปราการธรรมชาติที่ป้องกันพื้นที่ชั้นในจากคลื่นลม แต่ขณะนี้หลายบริเวณเนินทรายถูกแปรสภาพเป็นพื้นที่เพาะปลูกและสร้างถนน ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของทรายลงสู่ถนน และเกิดการกัดเซาะชายฝั่ง

ภูมิลักษณ์ร่วมที่เกิดขึ้นบนหาดทรายคือเนินทรายชายฝั่งที่เกิดจากลมพัดพาทรายขึ้นมากองอยู่บนหาด ส่วนมากจะมีหลายแนว เนินทรายเป็นปราการธรรมชาติที่ป้องกันคลื่นลมได้
(เนินทรายบ้านน้ำพุ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร)

ภูมิลักษณ์ร่วมของหาดทรายอีกแบบหนึ่งคือ “สันดอนเชื่อมเกาะ” (tombolo) เกิดจากการสะสมตัวของทรายจากหาดทรายด้านหนึ่ง งอกยื่นออกไปเชื่อมกับหาดทรายอีกด้านหนึ่งอาจจะเป็นเกาะหรือแผ่นดินก็ได้ เช่น สันดอนเชื่อมเกาะบริเวณอ่าวต้นไทร เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

สันดอนเชื่อมเกาะเป็นส่วนหนึ่งของหาดทรายที่มีทรายสะสมตัวงอกยื่นออกไปเชื่อมกับเกาะด้านหน้า
(เกาะห้อง จังหวัดกระบี่)

ลากูน (lagoon) เป็นภูมิลักษณ์หนึ่งของชายฝั่งทะเล มีลักษณะเป็นที่ลุ่ม ขนานกับแนวหาดทราย ส่วนมากจะมีทางน้ำไหลผ่านออกสู่ทะเลได้ มีขนาดไม่แน่นอน ขึ้นกับขนาดของหาดทรายและทางน้ำที่ไหลผ่าน ลากูนที่ใหญ่และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ได้แก่ ทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา ลากูนของแม่น้ำปัตตานี และลากูนของแม่น้ำตากใบ แม่น้ำนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น

ลากูนเป็นที่ลุ่มที่อยู่ระหว่างหาดทรายหรือแผ่นดินด้านในและมีทางให้น้ำไหลเชื่อมต่อกับทะเล
(ลากูนหาดไนหาน จังหวัดภูเก็ต)

ที่ราบน้ำขึ้นถึง (tidal flat) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หาดเลน มีป่าโกงกางขึ้นปกคลุมจัดเป็นเขตกันชนระหว่างทะเลกับแผ่นดิน ป้องกันการพังทลายของชายฝั่งและเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญเกิดขึ้นทั้งชายฝั่ง อันดามัน และอ่าวไทย โดยเกิดจากการขึ้นลงของน้ำทะเล มักเกิดอยู่ตามตลิ่งสองฟากฝั่งของลากูน แม่น้ำใหญ่ที่น้ำทะเลขึ้นถึง และอ่าวปิด ที่ราบน้ำขึ้นถึงป่าชายเลนที่จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่น ดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี อ่าวบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี อ่าวพังงา จังหวัดพังงา เป็นต้น ที่ราบน้ำขึ้นถึงป่าชายเลน เป็นพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากการพัฒนามากที่สุด มีทั้งการแปรสภาพเป็นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล และที่อยู่อาศัย ชายฝั่งของที่ราบภาคกลางตอนล่าง ตั้งแต่สมุทรสงคราม จนถึงสมุทรปราการ เป็นบริเวณที่ถูกแปรสภาพด้วยเหตุดังกล่าวมากที่สุด ถ้ามีการฟื้นฟู แก้ไข บริเวณเหล่านี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางด้านนิเวศวิทยาที่ดีมาก

ที่ราบน้ำขึ้นถึงป่าชายเลนเป็นภูมิลักษณ์ชายฝั่งทะเลที่โดดเด่นของประเทศมรสุมเขตร้อน จะมีลักษณะแบนราบจากการขึ้นลงของน้ำทะเล มีการสะสมตัวของตะกอนดินเหนียว มีป่าชายเลนปกคลุมและมีทางน้ำเล็กๆ เชื่อมต่อกับทะเล
(อ่าวพังงา จังหวัดพังงา)
แหล่งเรียนรู้เรื่องที่ราบน้ำขึ้นถึงและพรรณไม้ป่าชายเลนที่แหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

พรุหรือมาบ (marsh) เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเล มีลักษณะเป็นแอ่ง มีน้ำแช่ขัง และมีพรรณไม้ป่าพรุขึ้นปกคลุม พื้นที่พรุจึงมีสภาพแวดล้อมค่อนข้างสงบนิ่ง มีที่กำบัง อาจเกิดอยู่ระหว่างหาดทรายสองแนว หรือระหว่างแผ่นดินกับหาดทราย หรือเกิดระหว่างแผ่นดินกับภูเขา พรุมีวิวัฒนาการมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล ที่เคยไหลเข้ามาท่วมแผ่นดินแล้วถอยร่นออกไป แอ่งที่ลุ่มซึ่งน้ำทะเลเคยท่วมถึงจะเปลี่ยนสภาพจากน้ำเค็มเป็นน้ำกร่อย และเป็นที่กักขังน้ำจืดจนกระทั่งมีพรรณไม้ป่าพรุขึ้น

พื้นที่พรุพบมากทางฝั่งอ่าวไทย เช่น ที่จังหวัดจันทบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส แต่ส่วนมากถูกแปรสภาพเป็นที่อยู่อาศัยและที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เหลือพรุที่สวยงามตามธรรมชาติที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพียง 2-3 แหล่งเท่านั้น คือ พรุโต๊ะแดง อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นแหล่งเดียวที่ดีที่สุดในบรรดาพรุที่เหลืออยู่ พรุสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดิมมีสภาพสวยงามเป็นแหล่งอาศัยของนกหลายชนิด แต่ก็ถูกบุกรุกทำลายลงไปมาก อีกแหล่งหนึ่งคือ พรุคันธุรี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดิมก็ถูกทำลายไปบางส่วน แต่ขณะนี้ชาวบ้านได้รวมตัวช่วยกันอนุรักษ์ไว้ได้ เพราะเป็นแหล่งน้ำจืด และชาวบ้านได้รับประโยชน์จากพรรณ ไม้ในป่าพรุ

พรุหรือมาบเป็นที่ลุ่มน้ำขังซึ่งเกิดจากการถอยร่นออกไปของน้ำทะเลในอดีต ประเทศไทยเคยมีพื้นที่พรุมากมายที่มีพรรณไม้และสัตว์เฉพาะป่าพรุ แต่ปัจจุบันถูกทำลายไปมาก
(ป่าพรุที่เสื่อมสภาพบริเวณเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)
ป่าพรุที่ค่อนข้างสมบูรณ์คือป่าพรุโต๊ะแดง อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มีทางเดินป่าและศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุ
สิรินธร ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว เหมาะที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยา

ธรณีวิทยากับแหล่งท่องเที่ยวของไทย
ซากดึกดำบรรพ์ (Fossils)
ศิลาแลง
พิษภัยของผงชูรส
จำนวนวัวที่ติดเชื้อโรควัวบ้าอาจจะมากกว่าที่คิด
ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในการวิจัยมะเร็งปอด
ผู้ชายเครียดกว่าผู้หญิง
สิ่งมีชีวิตในดินไม่มีผลต่อปัจจัยที่วัดได้ของระบบนิเวศ
ช้างในสวนสัตว์กดดันและอายุสั้น


secondsci_logo
q2
เชิญทุกท่านฝากคำถาม ข้อสงสัย หรือ
ข้อคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับหนังสือเรียน
เนื้อหาวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ได้ที่ กล่อง
ข้อความใน Facebook Fanpage
ของสาขาฯ โดยคลิกที่ภาพ

เข้าสู่ระบบ

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้278
mod_vvisit_counterอาทิตย์นี้17491
mod_vvisit_counterเดือนนี้56851
mod_vvisit_counterเดือนก่อน53224

We have: 20 guests, 1 bots online
วันที่ : 18 ก.ย. 2014