เจ๊อ้วนชวนเม้าท์เรื่อง…ไบโอดีเซล

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

เจ๊อ้วนชวนเม้าท์เรื่อง…ไบโอดีเซล น้ำมันขาดแคลน..คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ เพลงนี้กลับมาฮิตอีกครั้งในยุคน้ำมันแพงอย่างกับทองคำ … เจ๊อ้วนชวนเม้าท์เรื่อง…ไบโอดีเซล   โดย พลอยมรกต  หรุ่มเรืองวงษ์ (นักวิชาการ สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท.) น้ำมันขาดแคลน..คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ เพลงนี้กลับมาฮิตอีกครั้งในยุคน้ำมันแพงอย่างกับทองคำ แต่ใครจะรู้บ้างว่าน้ำมันดีเซลที่เราเติมๆกันอยู่ทุกวันนี้ ราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น ส่วนนึงก็เพราะมีไบโอดีเซล หรือดีเซลที่ทำจากน้ำมันพืชปนอยู่ด้วยนั่นเอง อ่านมาถึงตรงนี้ เจ๊อ้วนเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้จัก ไบโอดีเซล กันแล้วใช่ไหม.. เจ๊อ้วนจะเล่าให้ฟังนะคะ ไบโอดีเซลเป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โน่นแล้ว แต่การที่คนไทยได้ใช้และรู้จักไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์กันอย่างแพร่หลายขณะนี้ก็เป็นเพราะพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมองการไกล ส่งเสริมให้มีการค้นคว้าเรื่องพลังงานทดแทน เพื่อให้ประเทศไทยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมภาคการเกษตรอันเป็นกระดูกสันหลังของชาติซึ่งไบโอดีเซลถือว่าเป็นพลังงานทดแทนจากน้ำมันพืชเพื่อใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ ซึ่งไบโอดีเซลโดยทั่วไปหมายถึงไบโอดีเซลบริสุทธิ์ จะใช้สัญลักษณ์ B100 แต่ถ้าเป็นไปโอดีเซลผสมจะใช้สัญลักษณ์ Bxx ตัวอย่างเช่น B20 หมายถึง น้ำมันเชื้อเพลิงที่ประกอบด้วยไบโอดีเซลร้อยละ 20 ผสมกับน้ำมันดีเซลร้อยละ 80 เป็นต้น เริ่มอยากรู้กันแล้วสิคะ ว่าไบโอดีเซลเนี่ยทำยากง่ายอย่างไร เจ๊อ้วนขอเม้าท์ต่อเลยนะคะ ไบโอดีเซลมีชื่อทางเคมีว่า เอสเทอร์ กระบวนการทางเคมีเพื่อทำไบโอดีเซลคือปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชันของไตรกรีเซอร์ไรด์ที่มีอยู่ในน้ำมันพืชและสัตว์กับเอทานอล หรือเมทานอล โดยใช้กรดหรือเบสเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่อุณหภูมิสูง เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างของไตรกลีเซอไรด์ให้อยู่ในรูปของเอทิลเอสเทอร์หรือเมทิลเอสเทอร์ ซึ่งการเรียกชื่อนี้ก็เรียกชื่อตามแอลกอฮอล์ที่ทำปฏิกิริยานั่นเอง  วิธีการทำก็ง๊าย..ง่าย เจ๊อ้วนจะกระซิบสูตรลับต้นตำหรับเจ้าคุณปู่ให้ฟัง […]

รุ้ง ตอนที่ 2 รุ้งบอกเวลาท้องถิ่น

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

รุ้ง ตอนที่ 2 รุ้งบอกเวลาท้องถิ่น รุ้ง ตอนที่ 2 รุ้งบอกเวลาท้องถิ่น   โดย โชคชัย อัศวินชัย ในสมัยโบราณที่ยังไม่มีนาฬิกาใช้นั้น มนุษย์ได้ใช้ดวงอาทิตย์เป็นตัวบอกเวลาอย่างคร่าวๆ ว่าขณะนั้นเป็นช่วงเวลาใดของวัน เช่น เช้า สาย บ่าย เย็น ต่อมามีการพัฒนาขึ้นก็มีการสร้างนาฬิกาแดด เพื่อใช้ในการดูเวลา และสามารถบอกเวลาได้ถูกต้องแม่นยำกว่าการสังเกตจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์โดยตรง ซึ่งแสดงว่าเวลาเกี่ยวกับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ รุ้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติก็มีความผูกพันใกล้ชิดกับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ จึงเป็นผลทำให้รุ้งเกี่ยวข้องกับเวลาบนโลกของเรา ซึ่งเราสามารถหาเวลาท้องถิ่นในบริเวณที่เกิดรุ้งได้ โดยใช้หลักการทางคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ประกอบการพิจารณารูปเรขาคณิตของการเกิดรุ้ง ดังรูป คือ ตำแหน่งผู้สังเกต   ความสูงของรุ้ง  คือ จุดตรงข้ามกับดวงอาทิตย์   ความกว้างของรุ้ง  คือ แนวดิ่ง   รัศมีของรุ้ง  คือ รุ้งที่มองเห็น   มุมที่ลำแสงอาทิตย์กระทำกับแนวดิ่ง  คือ ระนาบผู้สังเกตแนวระดับ   มุมที่ลำแสงอาทิตย์กระทำกับระนาบผู้สังเกต =        มุมตัน (solif […]

นาฬิกาอะตอม

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

นาฬิกาอะตอม( atomic clock ) วัฒน วัฒนากูล นักวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา หลักสูตรวิทยาศาสตร์พื้นฐาน สาระสารและสมบัติของสารช่วงชั้น ที่ 4 (ม. 4-6)ได้กำหนดมาตรฐานการ เรียนรู้ช่วงชั้นให้ผู้เรียน สืบค้น ข้อมูล อภิปรายและอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างอะตอม  ซึ่งเป็นเรื่องที่มี ความสำคัญมากขึ้นใน ปัจจุบัน  เนื่องจากความ ก้าวหน้าของวิทยาการ ต่างๆ ที่อาศัยเทคโนโลยีระดับ อะตอมมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น พัฒนาคุณภาพสินค้าให้มีคุณภาพ มากขึ้น สอดคล้องกับความต้อง การของผู้บริโภคเช่น ผ้า คอนกรีต และกระจก ที่มีสมบัติไม่เปียกน้ำ ฝุ่นไม่เกาะ ผลิตภัณฑ์ที่ ใช้ในการบำบัดน้ำ เช่น ถ่านกัมมันต์   ซีโอไลท์ สังเคราะห์ ซึ่งมีสมบัติในการดูดซับสารดีขึ้นผลิตภัณฑ์ยาโดยการนำยา บรรจุในโมเลกุลของคาร์บอน60 คาร์บอน80 เพื่อให้ตัวยาไป ออกฤทธ์ ิ์เฉพาะที่ ในอนาคตมีการพยายามนำเทคโนโลยีนี้มาผลิต อุปกรณ์กีฬา นอกจากนี้การศึกษาวิจัยในระดับอะตอมยังสามารถประดิษฐ์นาฬิกาแบบ| ใหม่ที่บอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรงมากนั่นคือ นาฬิกาอะตอม( atomic clock […]

ธรณีวิทยากับแหล่งท่องเที่ยวของไทย

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

ธรณีวิทยากับแหล่งท่องเที่ยวของไทย ธรณีวิทยากับแหล่งท่องเที่ยวของไทย โดย สิน สินสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา  สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท. บทนำ             การท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมหนึ่งของมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา นอกจากการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจแล้ว การท่องเที่ยวยังเป็นการเปิดโลกทัศน์เพิ่มพูนความเข้าใจ ความคิดเกี่ยวกับโลกและชีวิตให้กับมนุษย์ ทุกวันนี้การเดินทางติดต่อระหว่างประเทศสะดวกรวดเร็ว ทำให้การท่องเที่ยวแพร่หลายมากยิ่งขึ้น และจัดเป็นอุตสาหกรรมที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศและประชาชนหลายอาชีพ รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทยมากเป็นลำดับต้นๆ เมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมดของประเทศ            การท่องเที่ยวของประเทศไทยจึงได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองและการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ซึ่งเกิดจากการสร้างสรรค์ของมนุษย์ สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของประเทศไทยมีหลายชนิด ซึ่งสามารถอธิบายลักษณะและรูปแบบของแหล่ง การกำเนิด รวมทั้งแนวทางการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยใช้ความรู้หรือข้อมูลทางธรณี วิทยาแทบทั้งหมด ในอดีตแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติของไทยไม่มีการวางแผนด้านบริหารจัดการ แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้เปิดขึ้นมารับนักท่องเที่ยวไปตามสภาพ เมื่อใช้พื้นที่เป็นเวลานานและนักท่องเที่ยวเข้าไปมากๆ ในที่สุดแหล่งท่องเที่ยวนั้นก็จะเสื่อมสภาพสูญเสียการเป็นแหล่งท่องเที่ยว และบางพื้นที่ก็เสียหายไป เพราะการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและอาจเนื่องมา จากน้ำท่วมและพิบัติภัยธรรมชาติอย่างอื่น ปัจจุบันมีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติหลายแหล่งของประเทศไทยที่สูญเสียสภาพ แวดล้อมและความสวยงามตามธรรมชาติ การจะฟื้นฟูแก้ไขให้แหล่งเหล่านั้นกลับฟื้นขึ้นมาเหมือนเดิมเป็นเรื่องที่ ค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติเกิดขึ้นจากความเหมาะสมของสภาพแวดล้อม ในเวลานั้นที่ประกอบกันขึ้นมาจากธรรมชาติรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ เช่น ต้นไม้ สายน้ำ ภูเขา […]

ธรณีวิทยากับแหล่งท่องเที่ยวของไทย

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

ธรณีวิทยากับแหล่งท่องเที่ยวของไทย     ธรณีวิทยากับแหล่งท่องเที่ยวของไทย     โดย สิน สินสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา  สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท.  บทนำ การท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมหนึ่งของมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา นอกจากการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจแล้ว การท่องเที่ยวยังเป็นการเปิดโลกทัศน์เพิ่มพูนความเข้าใจ ความคิดเกี่ยวกับโลกและชีวิตให้กับมนุษย์ ทุกวันนี้การเดินทางติดต่อระหว่างประเทศสะดวกรวดเร็ว ทำให้การท่องเที่ยวแพร่หลายมากยิ่งขึ้น และจัดเป็นอุตสาหกรรมที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศและประชาชนหลายอาชีพ รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทยมากเป็นลำดับต้นๆ เมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมดของประเทศ การท่องเที่ยวของประเทศไทยจึงได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองและการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ซึ่งเกิดจากการสร้างสรรค์ของมนุษย์ สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของประเทศไทยมีหลายชนิด ซึ่งสามารถอธิบายลักษณะและรูปแบบของแหล่ง การกำเนิด รวมทั้งแนวทางการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยใช้ความรู้หรือข้อมูลทางธรณี วิทยาแทบทั้งหมด ในอดีตแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติของไทยไม่มีการวางแผนด้านบริหารจัดการ แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้เปิดขึ้นมารับนักท่องเที่ยวไปตามสภาพ เมื่อใช้พื้นที่เป็นเวลานานและนักท่องเที่ยวเข้าไปมากๆ ในที่สุดแหล่งท่องเที่ยวนั้นก็จะเสื่อมสภาพสูญเสียการเป็นแหล่งท่องเที่ยว และบางพื้นที่ก็เสียหายไป เพราะการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและอาจเนื่องมา จากน้ำท่วมและพิบัติภัยธรรมชาติอย่างอื่น ปัจจุบันมีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติหลายแหล่งของประเทศไทยที่สูญเสียสภาพ แวดล้อมและความสวยงามตามธรรมชาติ การจะฟื้นฟูแก้ไขให้แหล่งเหล่านั้นกลับฟื้นขึ้นมาเหมือนเดิมเป็นเรื่องที่ ค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติเกิดขึ้นจากความเหมาะสมของสภาพแวดล้อม ในเวลานั้นที่ประกอบกันขึ้นมาจากธรรมชาติรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ เช่น ต้นไม้ สายน้ำ ภูเขา โขดหิน เป็นต้น สิ่งต่างๆเหล่านี้จะพึ่งพิงและสัมพันธ์กันอยู่ เมื่อถือกำเนิดขึ้น ณ จุดใดจุดหนึ่งบนพื้นผิวโลกแล้วจะผสมผสานกันเป็นความสวยงามที่ลงตัวสร้างความ พึงพอใจให้กับมนุษย์ ซึ่งพร้อมที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว เพิ่มประสบการณ์ให้กับชีวิตจนแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ […]

ศิลาแลง

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

  ศิลาแลง (Laterite) โดย สิน สินสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา  สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท.  บทนำ ศิลาแลง หรือแลง (Laterite) เป็นวัสดุธรรมชาติที่เกิดขึ้นบริเวณมรสุมเขตร้อน ซึ่งคนในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้จักและนำมาใช้ประโยชน์เป็นเวลานานแล้ว มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์รู้จักนำศิลาแลงมาบดผสมกับยางไม้ใช้เป็นสีในการวาดภาพตามถ้ำและหน้าผาหิน นอกจากนั้นคนในภูมิภาคนี้ได้นำศิลาแลงมาใช้ในการก่อสร้างวัดและปราสาทหินดังที่พบเห็นในประเทศไทย กัมพูชา และลาว มีอายุย้อนหลังไปตั้งแต่ 700 – 1,000 ปีที่ผ่านมา แต่ศิลาแลงเพิ่งเป็นที่รู้จักในวงการวิทยาศาสตร์ตะวันตกเมื่อประมาณสองร้อยปีที่ผ่านมานี้เอง โดยบุชานัน (Buchanan, F. 1807) ได้สังเกตเห็นวัสดุก่อสร้างที่เป็นศิลาแลงบริเวณภูเขาของประเทศอินเดียและคาบสมุทรมลายู แล้วนำไปเผยแพร่ในหมู่นักวิชาการตะวันตก ศิลาแลงครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของพื้นผิวโลก และเกิดขึ้นในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตร ในทวีปเอเชียจะพบศิลาแลงตั้งแต่ประเทศอินเดียมาทางตะวันออกเฉียงใต้จนถึงประเทศฟิลิปปินส์ และตอนเหนือของออสเตรเลีย ในทวีปแอฟริกาพบศิลาแลงกระจัดกระจายอยู่ที่ประเทศไนจีเรีย ไปจนถึงอังโกลา ส่วนในทวีปอเมริกา พบอยู่ในประเทศเม็กซิโกและบราซิล เนื่องจากศิลาแลงเกิดอยู่ในพื้นที่จำกัด การศึกษาวิจัยจึงไม่แพร่หลาย และเป็นของแปลกใหม่สำหรับประเทศทางแถบขั้วโลกและยุโรป ซึ่งรู้จักศิลาแลงในชื่อ “หินสีแดงอิฐ” (brick – red rock) มีความแข็งคล้ายอิฐ (ภาษาอังกฤษ จึงเรียกศิลาแลงว่า “laterite” มาจากรากศัพท์ภาษาลาติน later แปลว่า […]

หยิบวีดิโอคลิปจาก YOUTUBE มาใช้ในชั้นเรียนวิทย์มัธยมฯ

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

หยิบวีดิโอคลิปจาก YOUTUBE มาใช้ในชั้นเรียนวิทย์มัธยมฯ   โดย ชาคริต อนันตวัฒนวงศ์   ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์นั้น มีเนื้อหามากมายที่จำเป็นต้องแสดงให้ผู้เรียนได้เห็นและสังเกตถึงกระบวนการ หรือความต่อเนื่องของปฏิกิริยาหรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งสื่อประเภทตัวอักษร  คำบรรยาย หรือแม้แต่ภาพนิ่ง ไม่สามารถตอบโจทย์ของการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์นี้ได้  สื่อที่ช่วยลดภาระงานสำหรับครู โดยเฉพาะการทดลองที่ต้องใช้เวลามากหรืออาจมีอันตราย หรือบางการทดลองต้องใช้เครื่องมือที่มีต้นทุนที่สูงมาก ดังนั้น สื่อประเภทวีดีทัศน์ ที่มีทั้งเสียงและภาพเคลื่อนไหวประกอบเข้าด้วยกัน จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่จะนำมาใช้ในห้องเรียนวิทยาศาสตร์  แต่จะหาวีดิทัศน์เหล่านี้มาจากไหน   ภาพบางส่วนจากวีดิโอคลิบเรื่อง การนำความร้อน ภาพบางส่วนจากวีดิโอคลิบเรื่อง ลอยหรือจม  ที่มา จากสื่ออีบุ๊ค หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ให้บริการวีดิโอผ่านอินเทอร์เน็ตที่มียอดผู้ชมวิดีโอทางเว็บไซต์ทะลุหลัก 100 ล้านครั้งต่อวัน หรือคิดเป็นราว 29 เปอร์เซ็นต์ของยอดการเปิดดูวิดีโอคลิปทั้งหมด ในสหรัฐฯ   แต่ละเดือนมีผู้อัพโหลดวีดีโอขึ้นเว็บกว่า 65,000 เรื่อง เว็บไซต์ที่กล่าวถึงนี้ แทบไม่มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตคนใดไม่รู้จัก YouTube (www.youtube.com) YouTube คืออะไร YouTube คือเว็บไซต์แลกเปลี่ยนภาพวีดิโอ โดยผู้ใช้สามารถอัพโหลดภาพวีดิโอเข้าไป เปิดดูภาพวีดิโอที่มีอยู่ […]

ทำไมขึ้นเขาจึงรู้สึกเมื่อย-พลังคิด

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

พลังคิด  ตอน ทำไมขึ้นเขาจึงเมื่อย อ.อรรถพล อังศุภศิริกุล นักวิชาการสาขา วิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา (สสวท.)       ต้นคิด อาจารย์ครับ  ทำไมเวลาที่เราขึ้นเขาจึงรู้สึกเมื่อยมากกว่าเดินบนพื้นราบครับ วิทยากร ในการ ขึ้นเขาเป็นการที่เราออกแรงเพื่อเคลื่อนตัวเราขึ้นไปยังที่สูงในแนวดิ่ง  ต้านแรงโน้มถ่วงของโลกที่กระทำต่อตัวเรา :ซึ่งเราต้องออกแรงมากกว่าน้ำหนักตัวของเราเอง  ถ้ายิ่งเรามีมวลมากและขึ้นไปบนพื้นที่สูงอย่างรวดเร็วก็ยิ่งต้องออกแรงมาก  ดังนั้น ร่างกายยิ่งต้องใช้พลังงานในการเคลื่อนที่ขึ้นในแนวดิ่งดังกล่าวมาก ทำให้รู้สึกเหนื่อยมากกว่า การเดินบนพื้นราบ ซึ่งออกแรงใกล้เคียงกับน้ำหนักของตัวเอง ก็สามารถเคลื่อนที่ไปในแนวราบได้ ต้นคิด เอ ถ้าอย่างนั้นต้องเคลื่อนที่ขึ้นเขาอย่างไรดีนะ

เรานำน้ำมันดิบมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าได้อย่างไร

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

           ปิโตรเลียมไม่ว่าจะอยู่ในรูปก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมันดิบ ล้วนมีสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีประโยชน์มากมาย ซึ่งสารประกอบไฮโดรคาร์บอนแต่ละชนิด มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำมาใช้ประโยชน์แตกต่างกันด้วยเหตุนี้การแยก องค์ประกอบที่อยู่ในปิโตรเลียม … เรานำน้ำมันดิบมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าได้อย่างไร   โดย พลอยมรกต  หรุ่มเรืองวงษ์ (นักวิชาการ สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท.) ปิโตรเลียมไม่ว่าจะอยู่ในรูปก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมันดิบ ล้วนมีสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีประโยชน์มากมาย ซึ่งสารประกอบไฮโดรคาร์บอนแต่ละชนิด มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำมาใช้ประโยชน์แตกต่างกันด้วยเหตุนี้การแยกองค์ประกอบที่อยู่ในปิโตรเลียม ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมชนิดต่างๆถือได้ว่าเป็นการเพิ่มพูนมูลค่าของปิโตรเลียม กระบวนการกลั่นน้ำมันดิบคือการเปลี่ยนสภาพน้ำมันดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปชนิดต่างๆตามความต้องการของตลาดและตามประเภทของการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม น้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และ ยางมะตอย นอกจากนี้ยังใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตน้ำมันหล่อลื่น จาระบีและเคมีภัณฑ์ต่างๆ กระบวนการกลั่นน้ำมันดิบแตกต่างกันออกไปตามโรงกลั่นต่างๆขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของกระบวนการกลั่นของแต่ละแห่ง รวมถึงคุณภาพของน้ำมันดิบที่นำมากลั่น และชนิดคุณภาพของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ต้องการ ซึ่งกระบวนการกลั่นน้ำมันประกอบด้วนกรรมวิธีสำคัญได้แก่ การแยก การเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมี การปรับปรุงคุณภาพ และการผสม ผังแสดงกรรมวิธีการกลั่นน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ที่ได้ 1.  การแยก (Separation) คือวิธีการแยกส่วนประกอบทางกายภาพของน้ำมันดิบออกด้วยวิธีการกลั่น โดยนำน้ำมันดิบมากลั่นในหอกลั่นโดยน้ำมันดิบจะถูกแยกออกเป็นน้ำมันสำเร็จรูปต่างๆตามช่วงจุดเดือดที่ต่างกัน ซึ่งก่อนที่จะนำน้ำมันดิบเข้าหอกลั่นนั้นต้องมีการแยกน้ำและเกลือแร่ที่ปนอยู่ออกเสียก่อน กระบวนการกลั่นน้ำมันดิบมีอยู่หลายวิธีได้แก่ 1.1) การกลั่นลำดับส่วน (Fractional distillation) […]

ว่าด้วยเรื่องเมฆ

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

เมฆ   โดยกมลนารี ลายคราม นักวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท   เมฆ คือ อนุภาคขนาดเล็กของน้ำหรือน้ำแข็งหรือทั้งสองอย่าง รวมกันเป็นกลุ่ม มองเห็นลอยอยู่ในอากาศและมักไม่สัมผัสพื้นโลก อาจมีอนุภาคขนาดใหญ่ของน้ำหรือน้ำแข็งหรืออนุภาคของเหลวหรือของแข็งที่ไม่ใช่น้ำปนอยู่ด้วย เช่น ควันหรือฝุ่นละออง   การจัดแบ่งเมฆ เมฆ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงมีรูปแบบได้มากมายนับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตามสามารถกำหนดลักษณะสำคัญเพื่อแบ่งเมฆออกเป็นตระกูล (general) และแบ่งย่อยต่อไปได้อีกเป็นประเภท (species) ชนิด (varieties) ลักษณะเสริม (supplementary feature) เมฆเพิ่มเติม (accessory cloud) และเมฆต้นกำเนิด (mother cloud)   ตระกูลเมฆ เมฆ แบ่งออกเป็น 10 ตระกูล ดังนี้  1. ซีร์รัส (Cirrus) จัดอยู่ในเมฆชั้นสูง เป็นเมฆที่แยกกันอยู่ มีลักษณะเป็นเส้นใยละเอียดสีขาว หรือเป็นหย่อมหรือแถบสีขาวหรือค่อนข้างขาว มองดูเป็นปุยคล้ายขนสัตว์ หรือเหลือบเป็นมันเงา หรือทั้งสองอย่าง ไม่มีเงาเมฆ ประกอบด้วยผลึกน้ำแข็งเกือบทั้งหมด ซีร์รัสอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์วงแสง (halo) ไม่เต็มวงรอบดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ได้ ไม่ทำให้เกิดน้ำฟ้า  2. ซีร์โรคิวมูลัส (Cirrocumulus) จัดอยู่ในเมฆชั้นสูง […]