กินถูกหลักกับธงโภชนาการ

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

กินถูกหลักกับธงโภชนาการ   การจำแนกอาหารเป็น 5 หมู่หรือ 5 กลุ่มอาหารนั้น เป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคสามารถเลือกบริโภคอาหารอย่างหลากหลาย ครบหมู่ อย่างไรก็ตามนอกจากการบริโภคให้ครบทุกหมู่แล้ว ปริมาณการบริโภคอาหารในแต่ละหมู่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาวะโภชนาการ ต่อมาจึงมีความพยายามในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสัดส่วนอาหารที่ควรบริโภค ในรูปแบบพิรามิดโภชนาการ หรือในประเทศไทยนิยมใช้เป็นธงโภชนาการ ข้อมูลในธงโภชนาการจะบอกถึงปริมาณ สัดส่วน และความหลากหลายของอาหารที่คนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ควรกินใน 1 วัน โดยนำเอาอาหารหลัก 5 หมู่ มาแบ่งเป็น 4 ชั้น 6 กลุ่ม ตามสัดส่วนที่ควรรับประทาน ดังนี้   ในภาพ จะเห็นว่า สัดส่วนของอาหาร แสดงโดยใช้ขนาดของพื้นที่ พื้นที่มากกินมาก พื้นที่น้อยกินน้อย ส่วนการกินอาหารให้หลากหลายชนิด ไม่ซ้ำจำเจ แสดงโดยใช้ภาพอาหารในแต่ละกลุ่ม ให้กินอาหารทุกกลุ่ม และในแต่ละกลุ่มต้องกินให้หลากหลาย เพื่อให้ได้สารอาหารต่างๆ ครบถ้วน ตามที่ร่างกายต้องการ และเป็นการหลีกเลี่ยงการสะสมพิษภัย จากการปนเปื้อนในอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง ที่กินเป็นประจำ การจัดกลุ่มอาหารข้างต้น มีข้อแตกต่างไปจากอาหารหลัก 5 […]

ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับฉลากโภชนาการ

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับฉลากโภชนาการ   ฉลากโภชนาการคือฉลากอาหารที่มีการแสดงข้อมูลโภชนาการของอาหารนั้นไว้บนฉลากนอกเหนือไปจากการให้ข้อมูลทั่วไป โดยแสดงเป็นกรอบข้อมูลโภชนาการที่ระบุรายละเอียดของชนิดและปริมาณสารอาหารที่มีในอาหารนั้น ข้อมูลโภชนาการที่ปรากฏบนฉลากจะเป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้ทราบว่าอาหารนั้นมีสารอาหารประเภทใดบ้าง เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันประเภทไหน ปริมาณเท่าไร และปริมาณสารอาหารที่มีนั้นเป็นสัดส่วนเท่าไรของปริมาณสารอาหารที่ควรบริโภคในแต่ละวัน นอกจากนั้นยังมีข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหารที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ถ้าบริโภคในปริมาณมาก หรือบริโภคประจำ เช่นไขมัน น้ำตาล โซเดียม เป็นต้น     ข้อมูลโภชนาการสามารถพิจารณาจากกรอบข้อมูลโภชนาการตามลำดับ ดังนี้ “หนึ่งหน่วยบริโภค” หมายถึง ปริมาณการกินหรือดื่มต่อครั้ง เช่น “หนึ่งหน่วยบริโภค: 1 กล่อง (220 มิลลิลิตร)” หมายถึงบริโภคครั้งละ 1 กล่อง หรือ 220 มิลลิลิตร แต่ถ้าเขียนว่า “หนึ่งหน่วยบริโภค : 5 ลูก (120 กรัม)” หมายความว่า บริโภคครั้งละ 5 ลูก “จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ” หมายถึง ห่อนี้ ขวดนี้ หรือกล่องนี้ บริโภคได้กี่ครั้ง เช่น ถ้าเขียนว่า […]

แนะนำวงล้อเมฆ

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

วงล้อเมฆ กมลนารี ลายคราม สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา ออกแบบศิลป์โดย นางสาวสุรีย์ พงศ์พิพัฒน์เวช สาขาเทคโนโลยีทางการศึกษา   ซีร์รัส อัลโตคิวมูลัส นิมโบสตราตัส คิวมูโลนิมบัส ถ้าท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่มีปัญหากับชื่อเมฆเหล่านี้ สสวท. โดยสาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา มีวงล้อเมฆ สื่อเพื่อช่วยในการเรียนรู้ ชื่อเมฆ ลักษณะ และระดับความสูง แบบง่ายๆ สนุกๆ มาให้ใช้กันค่ะ             วงล้อเมฆเป็นสื่อที่ประกอบด้วยแผ่นวงกลม 3 แผ่นประกบกัน ใช้ในการศึกษา ลักษณะ ระดับความสูงและชื่อของ เมฆพื้นฐานทั้ง 10 ชนิด โดยหมุนเลือกลักษณะและความสูง ของเมฆที่สนใจ ก็จะสามารถทราบชื่อเมฆนั้นได้หรือ เลือกชื่อเมฆที่สนใจ ก็จะสามารถทราบลักษณะและความสูงของเมฆได้เช่นกันค่ะ ทำใช้ได้เอง ไม่ยากเลย มาลองดูกันนะคะ ขั้นแรกตัดกระดาษตัวอย่างที่ให้มา (เอาหนังสือไปถ่ายเอกสารก่อนนะคะ ) ตามรอยเป็นวงกลม จะได้แผ่นวงกลม ขนาดใหญ่เท่ากัน 2 แผ่น […]

การใช้และดูแลรักษากล้องจุลทรรศน์

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

ใบความรู้สำหรับครู การใช้และดูแลรักษากล้องจุลทรรศน์ วิธีใช้ 1.  วางกล้องให้ฐานอยู่บนพื้นรองรับที่เรียบสม่ำเสมอ เพื่อให้ลำกล้องตั้งตรง 2.  หมุนเลนส์ใกล้วัตถุ (objective lens) กำลังขยายต่ำสุดอยู่ตรงกับลำกล้อง 3.  ปรับกระจกเงาใต้แท่นวางวัตถุให้แสงสะท้อนเข้าลำกล้องเต็มที่ โดยใช้ตามองผ่านเลนส์ใกล้ตาลงไป จะเห็นเป็นวงกลมสีขาวที่มีความสว่าง 4.  นำสไลด์ที่จะศึกษาวางบนแท่นวางวัตถุ ให้วัตถุอยู่กลางบริเวณที่แสงผ่าน แล้วค่อยๆ หมุนปุ่มปรับภาพหยาบ (coarse adjustment knob) ให้ลำกล้องเลื่อนลงมาอยู่ใกล้วัตถุที่จะศึกษามากที่สุด โดยระวังอย่าให้เลนส์ใกล้วัตถุสัมผัสกับกระจกปิดสไลด์ 5.  มองผ่านเลนส์ใกล้ตา (eyepiece) ลงตามลำกล้องพร้อมกับหมุนปุ่มปรับภาพหยาบ (coarse adjustment knob) ขึ้นช้าๆ จนมองเห็นวัตถุที่จะศึกษาแล้วจึงเปลี่ยนมาหมุนปุ่มปรับภาพละเอียด (fine adjustment knob) เพื่อปรับภาพให้ชัด อาจเลื่อนสไลด์ไปมาช้าๆ เพื่อให้วัตถุที่ต้องการศึกษามาอยู่กลางแนวลำกล้อง ในการใช้กล้องบางรุ่น ขณะปรับภาพ ลำกล้องจะเคลื่อนที่ขึ้นและลงเข้าหาวัตถุ แต่กล้องส่วนใหญ่ในปัจจุบันแท่นวางวัตถุจะเป็นส่วนที่เลื่อนขึ้นลงเข้าหาเลนส์ใกล้วัตถุ 6.  ถ้าต้องการขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น ให้หมุนเลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยายสูงขึ้น  เข้ามาในแนวลำกล้อง โดยไม่ต้องขยับสไลด์อีก แล้วหมุนปุ่มปรับภาพละเอียดเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น 7.  การปรับแสงที่เข้าในลำกล้องให้มากหรือน้อยให้หมุนปุ่มปรับไดอะแฟรม (diaphragm) ปรับแสงตามต้องการ กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้กันในโรงเรียนจะมีจำนวนเลนส์ใกล้วัตถุจำนวน […]

โรคทางพันธุกรรม

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

ใบความรู้ 2   โรคทางพันธุกรรม หน่วยพันธุกรรม หรือ ยีน สามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ โดยยีนเป็นรหัสพันธุกรรมอยู่ในรูปแบบของลำดับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอ ที่เซลล์สามารถถอดรหัสและแปลรหัส ในการสร้างโปรตีนที่ทำหน้าที่ต่างๆ ซึ่งควบคุมลักษณะของสิ่งมีชีวิต ในการแบ่งเซลล์ ดีเอ็นเอจะขดตัวพันกันแน่นเป็นโครโมโซม มนุษย์มีจำนวนโครโมโซม 23 คู่ (46 โครโมโซม) ประกอบด้วยโครโมโซมที่ไม่ใช่โครโมโซมเพศ หรือเรียกว่าออโตโซม 22 คู่ และโครโมโซมเพศ 1 คู่ คือ XX ในเพศหญิง และ XY ในเพศชาย สำหรับโครโมโซมคู่เหมือน (homologous chromosome) แต่ละคู่นั้น โครโมโซมหนึ่งจะได้รับมาจากพ่อ และอีกโครโมโซมหนึ่งได้รับมาจากแม่ ยีนเป็นช่วงหนึ่งของโมเลกุลดีเอ็นเอที่เรียงตัวกันไปตามโครโมโซม โดยมีตำแหน่งและลำดับของยีนที่จำเพาะในโครโมโซม เรียกว่า โลคัส (locus) ทั้งนี้ยีนที่แต่ละโลคัสมีรูปแบบของยีนหรืออัลลีล (allele) ได้หลายแบบ ในกรณีที่มีอัลลีลที่โลคัสใดเหมือนกันทั้งสองอัลลีล เรียกว่า คู่ยีนเป็นแบบโฮโมไซกัส ส่วนในกรณีที่โลคัสใดมีอัลลีลต่างกัน เรียกว่าคู่ยีนเป็นแบบเฮเทอโรไซกัส การกลายพันธุ์ หรือมิวเทชัน สามารถทำให้เกิดความผิดปกติของยีนจนไม่สามารถถอดและแปลรหัสออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานตามปกติได้ อย่างไรก็ตามหากความผิดปกติทางพันธุกรรมเกิดขึ้นในเซลล์ร่างกาย […]

โครงสร้างและหน้าที่ในการลำเลียงน้ำและอาหารของพืช

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

ใบความรู้สำหรับครู โครงสร้างและหน้าที่ในการลำเลียงน้ำและอาหารของพืช   โดย รศ.เรณู ศรสำราญ  ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มศว.ประสานมิตร พืชมีเนื้อเยื่อไซเล็ม (xylem) ทำหน้าที่ในการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุต่างๆ จากรากขึ้นสู่ลำต้น ใบ และส่วนต่างๆ ของพืชไซเล็มประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่ตายแล้ว โพรโทพลาซึมของเซลล์สลายตัวไป จึงเกิดโพรงภายในเซลล์เพื่อจะทำหน้าที่หลักในการลำเลียงน้ำ  ไซเล็มประกอบด้วย เทรคีด (tracheid)  ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีรูปร่างยาว ปลายค่อนข้างแหลม ที่ผนังเซลล์มีสารพวกลิกนิน และ เวสเซลเมมเบอร์ (vessel member หรือ vessel element) เป็นเซลล์มีรูปร่างค่อนข้างสั้นและใหญ่กว่าเทรคีด  มีผนังหนาและมีสารพวกลิกนิน  ปลายเซลล์เวสเซลเมมเบอร์จะมีช่องทะลุถึงกัน  โดยเวสเซลเมมเบอร์หลายๆ เซลล์จะมาเรียงต่อกัน เรียกว่าเวสเซล (vessel)ทำให้มีลักษณะคล้ายท่อน้ำ  นอกจากนี้ไซเล็มยังมีเซลล์กลุ่มอื่นๆ ได้แก่ ไฟเบอร์ (fiber) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ตายแล้วเช่นกันและมีพาเรงคิมา (parenchyma) ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีชีวิตทำหน้าที่ค้ำจุนให้ความแข็งแรงและช่วยในการลำเลียง   ภาพที่ 1 แสดงเทรคีดและเวสเซลเมมเบอร์ เนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ในการลำเลียงอาหาร ได้แก่ โฟลเอ็ม (phloem) ซึ่งประกอบด้วยเซลล์ที่มีชีวิตทำหน้าที่ลำเลียงอาหารจากใบไปสู่ส่วนต่างๆของพืช  ประกอบด้วยเซลล์ที่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกยาว […]

เซลล์ไข่ไก่

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

ใบความรู้สำหรับครู เซลล์ไข่ไก่ เซลล์ไข่ของไก่เป็นเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากมีปริมาณไข่แดงซึ่งเป็นอาหารสะสมอยู่ภายในเซลล์เป็นจำนวนมาก และมีเพียงบริเวณเล็กๆ  ใกล้ผิวเซลล์ด้านบนของเซลล์ไข่ที่มีนิวเคลียสและไซโทพลาซึมเป็นบริเวณที่เกิดการปฏิสนธิกับอสุจิได้ไซโกต ซึ่งจะเจริญเป็นเอ็มบริโอต่อไป ภาพ แสดงส่วนประกอบของเซลล์ไข่ไก่

สารพันธุกรรม

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

ใบความรู้ 1 สารพันธุกรรม (เนื้อหาจากเค้าโครงสื่อดิจิทัลเรื่องสารพันธุกรรม) โดย ผ.ศ.แก้ว  อุดมศิริชาคร ม.อุบลราชธานี กรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก (deoxyribonucleic acid) หรือ DNA เป็นกรดนิวคลีอิกชนิดหนึ่งที่พบในเซลล์สิ่งมีชีวิต ดีเอ็นเอเป็นสารพันธุกรรม ทำหน้าที่เก็บข้อมูลทางพันธุกรรม ทำให้สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวแตกต่างกัน  เมื่อตรวจดูนิวเคลียสของเซลล์ด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบโครโมโซม (chromosome) ซึ่งในเวลาส่วนใหญ่โครโมโซมจะอยู่ในสภาพคลายตัวออกเป็นโครมาทิน (chromatin) มีลักษณะเป็นสายยาวคล้ายเส้นด้าย เมื่อโครมาทินคลายตัวออกไปอีก จะเห็นคล้ายกับมีลูกปัดร้อยอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ส่วนที่คล้ายลูกปัดนี้เรียกว่านิวคลีโอโซม (nucleosome) ประกอบด้วยดีเอ็นเอสายยาวพันล้อมรอบโปรตีนชื่อ ฮิสโทน (histone) และเมื่อแยกส่วนที่เป็นโปรตีนออกจากนิวคลีโอโซม ก็จะเหลือเฉพาะดีเอ็นเอ โครงสร้างดีเอ็นเอประกอบด้วยพอลีนิวคลีโอไทด์ 2 สายเรียงคู่ขนานในทิศทางตรงข้ามกัน มีลักษณะเป็นเกลียวคู่ หรือ ดับเบิลเฮลิกซ์ (double helix) คล้ายบันไดเวียน    สายพอลีนิวคลีโอไทด์เกิดจากหน่วยย่อยของนิวคลีโอไทด์มาเรียงต่อกัน นิวคลีโอไทด์ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่  1.  ฟอสเฟต (PO4) 2.  น้ำตาล (sugar) ที่มีคาร์บอน 5 อะตอม […]

มาแอ๊บแบ๊ว…กับบิ๊กอายส์กันเถอะ

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

มาแอ๊บแบ๊ว…กับบิ๊กอายส์กันเถอะ   โดย พลอยมรกต  หรุ่มเรืองวงษ์ (นักวิชาการ สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท.) บิ๊กอายส์ แฟชั่นสุดฮิตของวัยรุ่น ใส่แล้วจะดูบ้องแบ๊ว ตาใสแจ๋ว หน้าหวานขึ้นมาทันใด เดี๋ยวใครไม่รู้จัก บิ๊กอายส์ ขอบอกเลยว่าเอ้าท์แน่นอน ดังนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักเจ้าบิ๊กอายส์กันดีกว่าค่ะ จะได้เป็นคนฮิตติดเทรน ไม่ตกกระแสความรู้นะคะ   บิ๊กอายส์ หรือ คอนแทคเลนส์ตาโต เริ่มเข้ามาฮิตติดลมบนในบ้านเราเมื่อหลายปีมาแล้ว แรกเริ่มมีการนำเข้ามาจากเกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งราคาแพงมากกก แต่เนื่องจากใส่แล้วทำให้ดูตาโต..แบ๊วส์ กว่าปกติเลยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากหมู่ผู้ใช้ ซึ่งจริงๆแล้วคอนแทคเลนส์ชนิดนี้ไม่ได้ไปทำให้ผู้ใช้มีขนาดดวงตาโตขึ้นแต่อย่างใด แต่ใช้หลักการคล้าย คอนแทคเลนส์สีแฟนซี คือแทนที่ผิวของคอนแทคเลนส์จะใสเพื่อให้แสงผ่านได้ตามปกติ คอนแทคเลนส์ชนิดนี้จะวาดบริเวณผิวของคอนแทคเลนส์ให้เป็นสีหรือลวดลายคล้ายม่านตา และเว้นช่องว่างตรงกลางเฉพาะสำหรับแสงเข้ากลางรูม่านตา และวาดม่านตาให้มีขนาดใหญ่กว่ากระจกตาดำจริง และเป็นสีที่มีลักษณะเงางามกว่าปกติ ทำให้ผู้ใส่ดูมีตาดำที่โตและเป็นประกายกว่าปกติ จึงเป็นที่มาของชื่อ คอนแทคเลนส์ตาโต และตอนนี้ก็เป็นกระแสให้สาวๆรักสวยรักงามได้ใส่กันนั่นเอง   หลังจากรู้จักบิ๊กอายส์ไปพอสมควรแล้ว เรามาทำความรู้จักคอนแทคเลนส์โดยทั่วไปกันดีกว่าค่ะ คอนแทคเลนส์ (Contact Lens) หรือ ภาษาทางการเรียกว่า เลนส์สัมผัส คือเลนส์ที่ใช้แก้ไขความผิดปกติของสายตาลักษณะเป็นรูปพลาสติกทรงกลมวางอยู่บนกระจกตา สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ 1. Hard Contact Lenses […]

รุ้ง

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

รุ้ง   โดย โชคชัย อัศวินชัย รุ้งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่มีสีสันสวยงาม ยากที่มนุษย์เราจะวาดรูปให้เหมือนของจริงได้ เรามักจะพบว่า รุ้งที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งจะไม่เหมือนกัน บางครั้งเกิดอยู่สูงๆ ในท้องฟ้า บางครั้งเกิดต่ำๆ ใกล้พื้นดิน บางทีตัวเล็ก บางทีตัวใหญ่ บางทีก็เกิดขึ้นพร้อมกันสองตัว และถ้าสังเกตให้ละเอียดจะพบว่า บางครั้งรุ้งมีสีแปลกๆ เกิดขึ้นอีกนอกเหนือจากที่เคยเห็นกันมา เนื่องจากรุ้งมีความสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นผลให้ลักษณะของรุ้งเกี่ยวข้องกับเวลาต่างๆ บนโลกและเราพบเห็นรุ้งได้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่ารู้ว่า รุ้งเกิดได้อย่างไร รุ้งเกิดจากลำแสงอาทิตย์ส่องมากระทบกับละอองน้ำเล็กๆ ที่อยู่ในบรรยากาศในช่วงหลังจากฝนตกใหม่ๆ ทำให้แสงอาทิตย์เกิดการกระจายออกเป็นแสงสีต่างๆ รุ้งตัวหนึ่งจะประกอบด้วยละอองน้ำเล็กๆ หลายร้อยล้านหยดและมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ระหว่าง 0.01 ถึง 4 มิลลิเมตร หยดน้ำที่มีขนาดใหญ่ทำให้เกิดรุ้งตัวใหญ่ คือมีแถบกว้างรัศมีความโค้งมาก มีสีสดใสและสว่างกว่ารุ้งที่เกิดจากละอองน้ำขนาดเล็ก แสงอาทิตย์ที่ส่องมากระทบละอองน้ำนั้นจะส่องมากระทบละอองน้ำทุกส่วนพร้อมๆ กัน ทำให้รังสีของแสงอาทิตย์ทุกลำแสงหักเหเข้าสู่ภายในละอองน้ำ แล้วกระทบกับผิวด้านหลังของละอองน้ำจะเกิดการสะท้อนกลับภายในละอองน้ำแล้วหักเหออกสู่บรรยากาศดังรูป 1   รูป 1 แสดงรังสีของแสงอาทิตย์ส่องกระทบหยดน้ำที่บริเวณต่าง ๆ กัน จากรูป 1 จะเห็นว่าแสงอาทิตย์แต่ละรังสีตั้งแต่กระทบละอองน้ำจนกระทั่งออกจากละอองน้ำจะมีการเปลี่ยนทิศทางไปจากเดิมไม่เท่ากัน รังสีของแสงอาทิตย์ที่เปลี่ยนไปจากแนวเดิม 138 องศา จะทำให้เกิดรุ้งตัวแรกที่เรียกว่า รุ้งปฐมภูมิ ส่วนรังสีของแสงที่เปลี่ยนไปจากแนวเดิม […]