แผนที่กลุ่มดาวจักรราศี

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

สาระน่ารู้เรื่อง แผนที่กลุ่มดาวจักรราศี   แผนที่กลุ่มดาวจักรราศี   สุจิตรา ศิริสวัสดิ์พิพัฒน์  

ทรงกลมฟ้า

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

  ทรงกลมฟ้าคืออะไร แตกต่างจากท้องฟ้าอย่างไร ทรงกลมฟ้ามีขนาดเท่าใด ห่างจากโลกเราเพียงใด คำถามเหล่านี้ต้องการคำตอบ เพื่อที่เราจะสามารถเข้าใจในเรื่องของการบอกตำแหน่งของดวงดาว  ทั้งนี้เพราะท้องฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของทรงกลมฟ้านั่นเอง ทรงกลมฟ้า สุจิตรา  ศิริสวัสดิ์พิพัฒน์ ทรงกลมฟ้าคืออะไร แตกต่างจากท้องฟ้าอย่างไร ทรงกลมฟ้ามีขนาดเท่าใด ห่างจากโลกเราเพียงใด คำถามเหล่านี้ต้องการคำตอบ เพื่อที่เราจะสามารถเข้าใจในเรื่องของการบอกตำแหน่งของดวงดาว  ทั้งนี้เพราะท้องฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของทรงกลมฟ้านั่นเอง โลกเรา ทรงกลมฟ้า ศูนย์สูตรโลก ลองจิจูด ละติจูด ขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ ศูนย์สูตรฟ้า ไรต์แอสเซนชัน เดคลิเนชัน ขั้วฟ้าเหนือ ขั้วฟ้าใต้     เส้นสมมติบนทรงกลมฟ้ามีไว้ทำไม  เส้นสมมติบนทรงกลมฟ้าเป็นเส้นที่กำหนดขึ้นเพื่อบอกตำแหน่งวัตถุท้องฟ้าบนทรงกลมฟ้าเช่นเดียวกับที่โลกสมมติเส้นลองจิจูดและละติจูดขึ้นมา เพื่อบอกตำแหน่งสิ่งต่างๆ บนโลกว่าอยู่ ณ ตำแหน่งที่ลองจิจูดและละติจูดที่เท่าใด เช่นกรุงเทพฯ อยู่ที่ลองจิจูดที่ประมาณ 100.5 องศาตะวันออก ละติจูดประมาณ 13 องศาเหนือ ในการบอกตำแหน่งหรือพิกัดของดวงดาวบนทรงกลมฟ้า เราจะบอกด้วยไรต์แอสเซนชันและเดคลิเนชัน ซึ่งมีการกำหนดดังนี้ ภาพแสดงไรต์แอสเซนชัน ไรต์แอสเซนชัน (ใช้สัญลักษณ์ ) เป็นค่ามุมของเส้นวงกลม ซึ่งลากมาจากขั้วฟ้าเหนือไปยังขั้วฟ้าใต้ โดยจะตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรฟ้า เส้นวงกลมที่มีไรต์แอสเซนชัน 0 […]

พันธุกรรม

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

พันธุกรรม (Heredity) ผศ.ดร.สุมิตรา วิสุทธารมณ์ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สิ่งมีชีวิตสามารถสืบเนื่องลักษณะของแต่ละชนิดไว้โดยการถ่ายทอดพันธุกรรมจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์ การทดลองของ เกรเกอร์ โยฮันน์ เมนเดล (Gregor Johann Mendel) เป็นการทดลองที่ทำให้เข้าใจเรื่องการถ่ายทอดพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตเพิ่มมากขึ้น   เมนเดลทดลองผสมพันธุ์ถั่วลันเตา (Pisum sativum) และติดตามการถ่ายทอดลักษณะในรุ่นลูกหลายรุ่น จากการวางแผนการผสมพันธุ์ระหว่างสายพันธุ์ถั่วลันเตา การสังเกตและประมวลผลการทดลองอย่างเป็นระบบ สามารถสรุปเป็นกฎการถ่ายทอดลักษณะไว้ 2 ข้อ คือกฎการแยก (law of segregation) และ กฎการเข้ากลุ่มอย่างอิสระ (law of independent assortment) ซึ่งกฎทั้ง 2 ข้อเป็นพื้นฐานสำคัญในการถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่   กฎการแยก การทดลองของเมนเดลเป็นการทดลองที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน โดยการผสมระหว่างสายพันธุ์ที่มีความแตกต่างของลักษณะเพียงไม่กี่ลักษณะ เริ่มต้นจากการผสมสายพันธุ์แท้สองสายพันธุ์ที่มีลักษณะต่างกันเพียงหนึ่งลักษณะ เรียกว่า การผสมแบบมอโนไฮบริด (monohybridcross) ลักษณะ ที่เมนเดลศึกษา ได้แก่ สีเมล็ด (สีเขียวและสีเหลือง) รูปร่างฝัก (เรียบและคอด)รูปร่างเมล็ด (กลมและย่น) สีเปลือกหุ้มเมล็ด (สีเทาและสีเขียว) สีฝัก (สีเขียวและสีเหลือง)ตำแหน่งดอก (ด้านข้างต้นและปลายยอด) และความสูง (ต้นสูงและต้นเตี้ย) การผสมแบบมอโนไฮบริดของลักษณะทั้ง […]

การคัดเลือกตามธรรมชาติ

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

สาระน่ารู้เรื่อง การคัดเลือกตามธรรมชาติ   การคัดเลือกตามธรรมชาติ (Natural Selection) ผศ.ดร.สุมิตรา วิสุทธารมณ์   สิ่งมีชีวิตมีกำเนิดบนโลกนี้เมื่อประมาณ 3,500 ล้านปีมาแล้ว ในช่วงเวลาอันยาวนานนี้ สิ่งมีชีวิตเริ่มแรกได้มีวิวัฒนาการก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ทั้งที่ยังดำรงอยู่ในปัจจุบันและที่สูญพันธุ์ไปแล้ว สิ่งมีชีวิตหลากหลายในปัจจุบันจึงมาจากบรรพบุรุษร่วมกัน โดยมีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมไปตามกาลเวลา เป็นการเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้านทั้งรูปร่าง สรีระวิทยา และพฤติกรรม และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นช้าๆ ทีละเล็กทีละน้อย ใช้ระยะเวลายาวนาน   ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin, ค.ศ.1809 – 1882) นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษเสนอแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต โดยมีหลักฐานสนับสนุนว่าสิ่งมีชีวิตหลากหลายสปีชีส์ที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงมาจากสิ่งมีชีวิตดั้งเดิม โดยการสืบทอดลักษณะที่ปรับเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อยของบรรพบุรุษ (descent with modification) และอธิบายว่าวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นโดยการคัดเลือกตามธรรมชาติ (natural selection) กล่าวคือ สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวได้ดีจะมีชีวิตอยู่รอดได้มากกว่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถปรับตัวได้ และถ่ายทอดลักษณะที่ปรับเปลี่ยนไปยังชั่วรุ่นถัดไป เมื่อเวลาผ่านไปลักษณะที่ปรับเปลี่ยนซึ่งเหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมจึงเพิ่มมากขึ้นในแต่ละชั่วรุ่น ขณะที่ลักษณะที่ไม่เหมาะสมลดน้อยหรืออาจหมดไป จนในที่สุดเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากเดิมกลายเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ วิวัฒนาการโดยการคัดเลือกตามธรรมชาติตามแนวคิดของดาร์วิน มาจากข้อสังเกตที่เป็นสภาวะธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต 4 ข้อ คือ ก. การผลิตที่มากเกิน (overpopulation) […]

ซากดึกดำบรรพ์ (Fossil)

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

  ซากดึกดำบรรพ์ (Fossils) โดย สิน สินสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา  สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท.  บทนำ ในบรรดาสิ่งมีชีวิตที่กำเนิดขึ้นบนโลก มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นเป็นลำดับหลัง ๆ มีการเปรียบเทียบ โดยสมมุติว่าถ้าโลกกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม… มนุษย์ก็ควรเกิดขึ้นบนโลกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม… มนุษย์จึงมีข้อจำกัดเป็นอย่างมากในการที่จะสืบสาวเล่าเรื่องประวัติความเป็นมาอันยิ่งใหญ่ของโลกที่ตัวเองอาศัยอยู่ ทั้งนี้เพราะมนุษย์เรามีอายุเฉลี่ยอยู่บนโลกไม่เกิน 100 ปี จัดเป็นระยะเวลาที่สั้นมากเมื่อเทียบกับอายุของโลกที่เกิดขึ้นเมื่อ 4,600 ล้านปีที่ผ่านมา เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะใช้อะไรเป็นหลักฐานเพื่อทราบเรื่องราวของโลก ดิน หิน แร่ ที่ประกอบกันเป็นภูเขา แผ่นดิน หรือท้องทะเล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาให้มนุษย์ขบคิดมาเป็นเวลานาน เพื่อหาคำตอบให้กับประวัติความเป็นมาของโลก และแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ จากการศึกษาค้นคว้าเป็นลำดับจนในที่สุด นักธรณีวิทยาพบว่าในบรรดาหลักฐานทั้งหลายที่ได้ศึกษากันมานั้น ซากดึกดำบรรพ์ที่ประทับรอยไว้ในหิน เป็นหลักฐานหนึ่งที่ให้คำตอบเกี่ยวกับประวัติของโลกได้เป็นอย่างดี “ซากดึกดำบรรพ์” เป็นร่องรอยของพืชและสัตว์ ที่ปรากฏอยู่ในหิน ส่วนมากจะพบในหินตะกอนมากกว่าหินชนิดอื่น อาจพบในหินภูเขาไฟบ้างแต่น้อยมาก ซากดึกดำบรรพ์ในหินจะบ่งถึงสภาพแวดล้อม และชนิดของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ ณ ที่นั้นในขณะเวลาที่เกิดการสะสมตะกอน ซากดึกดำบรรพ์ของไครนอยด์ที่พบในหิน แอนดีไซต์ ซึ่งเป็นหินภูเขาไฟที่เขาชนโถ จังหวัดเพชรบูรณ์ ไครนอยด์เป็นสัตว์ทะเล […]

แหล่งเรียนรู้หินภูเขาไฟ

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

"แหล่งเรียนรู้ หินภูเขาไฟ" เบ็ญจวรรณ ศรีเจริญ หินภูเขาไฟเกิดขึ้นได้อย่างไร ? หินภูเขาไฟ (Volcanic rock) หรือ หินอัคนีพุ (Extrusive rock) เกิดจากการปะทุขึ้นมาของแมกมาจากใต้โลกขึ้นสู่ ผิวโลกเป็นลาวาไหลออกมา ซึ่งการปะทุขึ้นมาของแมกมาเกิดขึ้นได้ หลายรูปแบบ เช่น  1. การปะทุแบบไม่รุนแรง เป็นการปะทุตามปล่องหรือรอยแตก รอยแยกของแผ่นเปลือกโลกลาวาไหลหลากเอ่อล้นไปตามลักษณะภูมิประเทศ ลาวาจะถ่ายโอนความร้อนให้กับบรรยากาศภายนอกอย่างรวดเร็ว  ทำให้อะตอมของธาตุต่าง ๆ มีเวลาน้อยในการจับตัวเป็นผลึกหินลาวาหลากจึงประกอบด้วยแร่ที่มีผลึกขนาดเล็กหรือเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นและจำแนกผลึกได้ด้วยตาเปล่า เช่น  – หินบะซอลต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดน้อย มีปริมาณซิลิกาอยู่ในช่วง 45-52 เปอร์เซ็นต์  – หินแอนดีไซต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดปานกลาง มีปริมาณซิลิกาอยู่ในช่วง 52-66 เปอร์เซ็นต์  – หินไรโอไรต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดมาก มีปริมาณซิลิกามากกว่า 66 เปอร์เซ็นต 2. การปะทุแบบรุนแรง เป็นการปะทุแบบระเบิด เกิดตามปล่องภูเขาไฟ ขณะที่แมกมาเกิดปะทุพ่นขึ้นมาด้วยแรงระเบิดพร้อมกับฝุ่นก๊าซ เถ้า ไอน้ำ และชิ้นวัตถุที่มีรูปร่างขนาดต่างๆ กันกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ  ชิ้นวัตถุุุเหล่านี้อาจเป็นเศษหินและแร่ เย็นตัวบนผิวโลกตกลงมาสะสมตัวทำให้เกิดแหล่งสะสมชิ้นภูเขาไฟ  […]

การวัดความหนาแน่นเรือนยอดด้วยเดนซิโอมิเตอร์

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

การวัดความหนาแน่นเรือนยอดด้วยเดนซิโอมิเตอร์ ในการสำรวจ รวบรวมข้อมูลภาคสนาม เพื่อศึกษาระบบนิเวศในท้องถิ่น นักเรียนจะรวบรวมข้อมูลจากการสังเกต ใช้ประสาทสัมผัสและวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ช่วยรวบรวมข้อมูลในส่วนที่ประสาทสัมผัสของมนุษย์ไม่สามารถตรวจสอบและระบุ ปริมาณได้ นักเรียนจะได้สังเกต บันทึกสภาพทั่ว ๆ ไปของบริเวณที่สำรวจ บันทึกชนิด จำนวนของสิ่งมีชีวิต ทั้งที่เป็นพืช สัตว์ สังเกตร่มเงา ปริมาณแสง ความแรงของลม กระแสน้ำ ในการสำรวจ สังเกตพืชพรรณที่ขึ้นอยู่ในบริเวณที่สำรวจ นักเรียนควรจะได้สังเกตและบันทึกสิ่งปกคลุมดิน เช่น ต้นไม้ใหญ่ พืชล้มลุก พืชคลุมดิน รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ด้วยว่าในบริเวณที่สำรวจมีพืชพรรณอะไรบ้างปกคลุมดิน พืชเด่นที่พบเป็นพืชชนิดใด มีความสูงเท่าไรหรือสูงไม่เกินระดับเข่า หรือเป็นพืชคลุมดิน พืชเด่นที่พบเป็นพืชใบกว้างหรือใบแคบ เรือนยอดสานกันหนาแน่นหรือโปร่ง มีแสงจากดวงอาทิตย์ส่องลงมาถึงพื้นดินหรือไม่ ชนิด ปริมาณสิ่งปกคลุมดินและชนิดของพืชพันธุ์เด่นมีความเชื่อมโยงอย่างมีปฏิ สัมพันธ์กันโดยกระบวนการที่จำเพาะเจาะจงกับองค์ประกอบอื่น ๆ ในระบบนิเวศ เช่น ความชื้น อุณหภูมิผิวดิน อุณหภูมิของบรรยากาศ รวมทั้งวัฏจักรของน้ำ วัฏจักรของสารต่าง ๆ โดยเฉพาะคาร์บอน การหมุนเวียนของพลังงานในระบบนิเวศ การระบุชนิดและปริมาณสิ่งปกคลุมดินทำได้หลายวิธี ขึ้นกับขอบเขตของการสำรวจ แหล่งข้อมูล […]

วิวัฒนาการบรยากาศของโลก

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ สาระน่ารู้การศึกษาวิทยาศาสตร์

วิวัฒนาการบรรยากาศของโลก   ย้อนไป เมื่อ 4,600 ล้านปีที่แล้ว กลุ่มแก๊สและฝุ่นซึ่งมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นแก๊สไฮโดรเจนและแก๊สฮีเลียม ได้รวมตัวกันเกิดเป็นดวงอาทิตย์  เศษที่เหลือได้รวมตัวกันเป็น ดาวเคราะห์ซึ่งรวมถึงโลกและวัตถุท้องฟ้าอื่นๆ แก๊สไฮโดรเจนและแก๊สฮีเลียมที่เหลือซึ่งไม่ได้ทำปฏิกิริยากับธาตุอื่นและสาร ระเหยง่ายเช่น แอมโมเนีย มีเทน และน้ำ ได้ถูกดาวเคราะห์ดวงใหญ่ดึงเอาไว้ ดาวเคราะห์ขนาดเล็ก เช่นโลก ดึงแก๊สไฮโดรเจน และฮีเลียมไว้ได้เพียงเล็กน้อย  ด้วยเหตุนี้บรรยากาศของโลกเราในช่วงนั้นจึงประกอบไปด้วย แก๊สไฮโดรเจน และแก๊สฮีเลียมปริมาณเบาบางเป็นองค์ประกอบหลัก และมีแก๊สอื่นๆที่เป็นสารประกอบของไฮโดรเจน เช่น มีเทน และแอมโมเนีย อย่างไรก็ตามเป็นที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันบรรยากาศของโลกเรานั้น มีองค์ประกอบหลักเป็นแก๊สไนโตรเจนถึง 78% และออกซิเจนถึง 21% โดยประมาณ ส่วนแก๊สไฮโดรเจนและฮีเลียมนั้นพบน้อยมาก เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ในช่วงเวลา 4,600 ล้านปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น บรรยากาศของโลกมีวิวัฒนาการอย่างไร จึงทำให้สัดส่วนของแก๊สในบรรยากาศของโลกมีการเปลี่ยนแปลงเป็นดังเช่นใน ปัจจุบัน การ เปลี่ยนแปลงสัดส่วนของแก๊สในบรรยากาศจากอดีตเมื่อเริ่มเกิดโลก วิวัฒนาการยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน เกิดเนื่องมาจากกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก และส่งผลต่อสภาพแวดล้อมของโลกในอดีต ต่อเนื่องมาจนปัจจุบันหากโลกของเราปกคลุมไปด้วยแก๊สไฮโดรเจนและฮีเลียม สิ่งมีชีวิตต่างๆย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้ เพราะสิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องใช้แก๊สออกซิเจนในการดำรงชีวิต รวมไปถึงสภาพแวดล้อมต่างๆบนโลกย่อมไม่เอื้อต่อการดำรงชีวิตอย่างเช่น ดาวเคราะห์อื่นๆ ในระบบสุริยะของเรา หากย้อนไปในช่วงที่โลกเริ่มเกิด […]